<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคใหญ่ลุ้นแลนด์สไลด์  แก้รัฐธรรมนูญย้อนยุค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาผ่านพ้นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ร่างแก้ไขของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เสนอเข้ามา เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายข้อดี ข้อเสีย ตลอด 2 วัน 2 คืน&amp;nbsp;
บทสรุปสุดท้าย&amp;nbsp;Lucky Number&amp;nbsp;มีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างที่ 13 ร่างเดียวของ &amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ที่มี ส.ส.ภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไข เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาด้วยมติเห็นชอบ 552 เสียง ส.ส. 342 เสียง ส.ว. 210 เสียง ไม่เห็นชอบ 24 เสียง งดออกเสียง 130 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ส่วนฉบับอื่นๆ เนื่องจากเสียง ส.ว.ไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำให้ต้องตกไป โดยเฉพาะฉบับที่ขอให้ปิดสวิตช์ ส.ว. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีปัญหาเสนอแก้กลไกปราบโกงของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ส.ว. จากที่ถูกมองว่าเป็นร่างทรงเครือข่ายคณะยึดอำนาจ ไม่ว่าการออกเสียงขอความเห็นชอบกฎหมายสำคัญๆ เรื่องใด 250 เสียง ส.ว.ไม่เคยแตกแถว โดยเฉพาะการลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่อาจจะด้วยกระแสสังคมกดดัน ตั้งข้อครหาต่างๆ นานา ทำให้ระยะหลังๆ ส.ว.บางคนได้เอกสิทธิ์ส่วนตัวมากขึ้น ตั้งแต่การโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเมื่อปลายปี 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;การโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 ส.ว.ใช้เอกสิทธิ์ส่วนตัวลงมติเกี่ยวกับอำนาจของ ส.ว.ในการโหวตแต่งตั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่าง คือร่างแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา&amp;nbsp;159&amp;nbsp;เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และยกเลิกมาตรา&amp;nbsp;272&amp;nbsp;ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่ามี 22 ผู้กล้า ส.ว.ยอมกดปิดสวิตช์ตัวเองคือ นายคำนูณ สิทธิสมาน นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นางประภาสรี สุฉันบุตร นายประมนต์ สุธีวงศ์ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ นายมณเฑียร บุญตัน นายวันชัย สอนศิริ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล นายอำพล จินดาวัฒนะ นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นายบรรชา พงศ์อายุกูล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นายสม จาตุศรีพิทักษ์ นายสมชาย เสียงหลาย และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายข้องใจ พลังประชารัฐแก้ไขมาตรา 144 ลดความเข้มงวดเรื่องทุจริต ยกเลิกการกำหนดโทษ ส.ส.หรือ ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่แปรญัตติให้ตัวเองมีส่วนใช้งบประมาณ แก้ไขมาตรา&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ลดความเข้มงวดเรื่องทุจริต ยกเลิกการห้าม ส.ส.หรือ ส.ว.ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ถือว่าเข้าไป &amp;ldquo;ทำลายหัวใจรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง&amp;rdquo; จะทำให้เป็นเหมือนเดิม ให้ ส.ส.ยุ่งเกี่ยวงบประมาณ แทรกแซงราชการ ที่เปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง พวกพ้อง อาจนำมาซึ่งการทุจริตคอร์รัปชัน โดยปมประเด็นนี้ ว่ากันว่าสองคีย์แมนคนสำคัญในพรรคพลังประชารัฐ อีกคนเป็น รัฐมนตรี อีกคนเป็นคนกำหนดเกมในสภา ร้องขอให้มีการเพิ่มประเด็นดังกล่าวเข้าไป&amp;nbsp;
จึงไม่แปลกใจที่บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับบรรดา ส.ว. ต่างมองว่าทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง นำมาซึ่งการพร้อมใจโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งที่เป็นพรรคการเมืองที่ใกล้ชิด ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;โดย ส.ว.ไม่เพียงไม่เห็นด้วยกับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น ยังพร้อมใจกันโหวตคว่ำในส่วนอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การได้มาซึ่งนายกฯ-ตัดอำนาจ ส.ว.-ยุทธศาสตร์ชาติ ล้างมรดกคณะรัฐประหาร หรือแม้แต่เพิ่มเติมสิทธิเสรีภาพประชาชนในการเข้าถึง ได้รับการช่วยเหลือทางกระบวนการยุติธรรม ต่างถูกโหวตล้มไปทั้งหมด&amp;nbsp;
กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านพ้นในวาระที่ 1 รับหลักการ ยังต้องผจญในวาระ 2-3 แปรญัตติ และโหวตในขั้นตอนสุดท้าย ในชั้นแปรญัตติ มีการตั้งกรรมาธิการจำนวน 45 คน แบ่งสัดส่วน พรรคร่วมรัฐบาล 17 คน ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ 8 คน พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;4 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน และเศรษฐกิจใหม่ 1 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน 13 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคก้าวไกล 3 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน มีกำหนดแปรญัตติ 15 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ยังต้องจับตาดูต่อไปว่าร่างรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง จะถูกดีไซน์ออกมาอย่างที่หลายฝ่ายหวังอยากจะได้ระบบ ส.ส.แบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน รวมทั้งวิธีการคิดคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะมีหลักคิด หลักการคำนวณอย่างไร จะย้อนกลับไปคิดเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 หรืออิงกับระบบเยอรมัน หรือจะมีสูตรอื่นอะไรออกมาอีกหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;
แต่ที่แน่ๆ เชื่อได้ว่าการคิดคำนวณการได้มาซึ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะมีวิธีคิดเป็นหลักคณิตศาสตร์สูตรเดียวที่ทุกพรรคเข้าใจได้เหมือนกันหมด คงไม่เหมือนกับการคิดคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเหมือนการเลือกตั้ง 2562 อีกแล้ว ที่จนถึงวันนี้ แม้แต่หน่วยงานจัดเลือกตั้ง กกต. หากให้อธิบายการได้มาซึ่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ วิธีคิดคำนวณ ไม่รู้ว่ายังจะพูดเหมือนเดิมอีกหรือไม่&amp;nbsp;
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ระบบเลือกตั้ง ที่คาดว่าหากเพิ่มจำนวน ส.ส.เขตจาก 350 คน เป็น 400 คน สิ่งที่ตามมาย่อมหนีไม่พ้นการคิดคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้งกันใหม่ ส.ส.พื้นที่ที่มีมากถึง&amp;nbsp;30 เขต เช่น ส.ส.นครราชสีมามี 14 คน ในจังหวัดอื่นๆ ที่ผลของรัฐธรรมนูญ 2560 จังหวัดที่เคยมี ส.ส.มาก จากรัฐธรรมนูญ 2550 จะมีการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พรรคที่แอบฝันหวาน ชอบใจกับระบบการเลือกตั้งแบบเดิม คงหนีไม่พ้นบรรดาพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ ที่ต่างหวังจะครองตลาดเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้าเพียงพรรคเดียว โดยพรรคพลังประชารัฐก็เจอพิษรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปวดหัวพรรคเล็ก เกิดปัญหาฤาษีเลี้ยงลิง ปัญหาแจกกล้วย ที่มีปัญหาความเป็นเอกภาพ ความระหองระแหง สั่นคลอนเสียรภาพ ความเชื่อมั่นเป็นระยะๆ&amp;nbsp;
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ที่คุ้นชินกับการเลือกตั้งแบบนี้ ได้รับอานิสงส์จากรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 เคยได้ ส.ส.มามากถึง 377 เขต ที่ดูจะชอบใจและหวังอยากให้กลับไปใช้แบบเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ที่คิดคะแนนเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ให้นำคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อที่ทุกพรรคการเมืองได้รับทั้งประเทศมารวมกัน แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กับคะแนนรวมข้างต้น ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อจะได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้ เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น&amp;nbsp;โดยคะแนนขั้นต่ำของพรรคที่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องมีร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของคะแนนรวมทั้งประเทศ&amp;nbsp;
เพื่อไทยนำบทเรียนความผิดพลาดการเลือกตั้ง 2562 ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคพลังปวงชนไทย นั้นไม่เป็นผล พรรคไทยรักษาชาติเกิดอุบัติเหตุการเมือง อยู่ไม่จนถึงวันเลือกตั้ง ประกอบกับเพื่อไทยในเวลานั้นก็จัดสรรปันส่วน ส่งผู้สมัครเพียง 250 เขตเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;
วางหมาก กำหนดเกม หวังตีโจทย์ แก้กับดักรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ก็ตีไม่แตก สุดท้ายเลยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เลือกตั้งในที่สุด สำหรับสูตรการเลือกตั้งคงจะกลับไปแบบเดิม บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เขต 400 บัญชีรายชื่อ 100 คงจะเข้าทางเพื่อไทยไม่น้อย&amp;nbsp;
ว่ากันว่า ในการเลือกตั้งรอบหน้าจะเดินหน้าสู้ศึกอย่างเต็มตัว ส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง รวมทั้งยังจะผนึกกำลังพรรคพันธมิตรอีกบางพรรครองรับเอาไว้ หวังสูง จะรวมเสียง ส.ส.เกิน 250 เสียงให้ได้มากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจ 250 เสียง ส.ว.ที่จะต้องมีส่วนร่วมเลือกนายกฯ&amp;nbsp;
เพื่อไทย พลังประชารัฐ ต่างมองไปถึง&amp;nbsp;&amp;lsquo;แลนด์สไลด์&amp;rsquo;&amp;nbsp;หรือชนะอย่างถล่มทลายในการสู้ศึกเลือกตั้งหนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ทว่า กลไก กลเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่จบ ตราบใดที่ยังไม่ผ่านวาระ 3 ยังไม่เห็นเนื้อหาการแบ่งเขตเลือกตั้ง การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ผลออกมาดีไม่ดีอาจจะไหลเข้าทางพรรคพลังประชารัฐมากกว่า หรือแม้แต่การล้มกระดานแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 โหวตคว่ำ กลับไปใช้กลไกกติกาเดิม ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;
บัตรเลือกตั้งใบเดียว ปัญหาความคลุมเครือนับคะแนน ส.ส.ปัดเศษ บวกกับปัจจัยกระสุนดินดำ กระแสข่าวงูเห่าเตรียมย้ายรัง เพราะสู้กลไกอำนาจรัฐ กลไกทางราชการไม่ได้ รวมไปถึงเครือข่ายคอนเน็กชั่นที่อาจส่งผลต่อการเลือกตั้ง ยืนอยู่ข้างพลังประชารัฐ ที่นาทีนี้ไม่ว่าออกมาหน้าไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พลังประชารัฐดูจะขี่เพื่อไทยอยู่หนึ่งช่วงตัว ไม่ว่ากฎกติการัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. ระบบการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ การคิดคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะออกมาในรูปแบบใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคใหญ่ลุ้นแลนด์สไลด์  แก้รัฐธรรมนูญย้อนยุค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d733acf1ad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
